ดาวจร
แผนที่ดาวโคจรในวันที่เกิดเหตุการณ์สึนามิถล่มประเทศไทย วันที่ 26 ธันวาคม 2547 เทียบดวงประเทศไทย
เมืองเกิด วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 ค.ศ. 1782 จ.ศ. 1143 ร.ศ. 0 เวลา 06:54 น.
อายุเมือง 242 ปี 11 เดือน 14 วัน
จร วันพุธ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ค.ศ. 2004 จ.ศ. 1365 ร.ศ. 222 เวลา 06:00 น.
อายุ 222 ปี 8 เดือน 4 วัน
ทักษาจรตกภูมิ พฤหัส(5)(อุตสาหะเดิม) กาลกิณีจร เสาร์(7)(มูละเดิม)
ปัญหาที่ต้องระวังช่วงอายุ 222 ปี ระวังงานหรือธุรกิจเดิมจะไม่ได้ผลดี หรือมีเรื่องหรือความจำเป็นต้องขายของเก่า เช่น บ้าน รถ ที่ดิน แล้วมีปัญหาหรือไม่ได้ราคาที่ดี หรือมีการย้ายบ้าน ย้ายงาน (ทายจากมูละเดิมเป็นกาลกิณีจร)
ตารางดาวจร
(สำหรับวันจร วันที่ 26 ธันวาคม 2547)
ดาว |
เจ้าเรือน* |
สถิตเรือน* |
สถิตราศี |
องศา |
มาตรฐาน* |
1 อาทิตย์ |
ปุตตะ (บริวาร) |
ศุภะ [๕] (ศรีจร) |
9:ธนู (ทลิทโท) |
10° 15’ |
เทวีโชค คู่มิตร(๕) คู่ธาตุ(๗) คู่ธาตุ(ล7)
นวางค์ [๒] มหาจักร
|
2 จันทร์ |
พันธุ (อายุ) |
สหัชชะ [๔] (มูละจร) |
3:มิถุน (เทศาตรี) |
5° 32’ |
อ.ภิมุข คู่ศัตรู(ล๕) คู่ธาตุ(ล๕)
นวางค์ [๓] นิจ
|
3 อังคาร (ส) |
ตนุ มรณะ (เดช) |
มรณะ [๓] (อุตสาหะจร) |
8:พิจิก (ราชา) |
6° 45’ |
เกษตร เทวีโชค คู่มิตร(6)
นวางค์ [๔] มหาจักร
|
4 พุธ |
สหัชชะ อริ (ศรี) |
มรณะ [๓] (มนตรีจร) |
8:พิจิก (สมโณ) |
17° 2’ |
คู่ธาตุ(6)
นวางค์ [๕] ประ
|
5 พฤหัส |
ศุภะ วินาศ (อุตสาหะ) |
อริ [๔] (บริวารจร) |
6:กันย์ (เทศาตรี) |
24° 40’ |
ประ
นวางค์ [๑] อ.ภิมุข
|
6 ศุกร์ |
กดุมภะ ปัตนิ (กาลกิณี) |
มรณะ [๓] (เดชจร) |
8:พิจิก (ราชา) |
15° 15’ |
ประ คู่มิตร(ล๓) คู่มิตร(3) คู่ธาตุ(4)
นวางค์ [๓] ประ
|
7 เสาร์ (พ) |
กัมมะ (มูละ) |
สหัชชะ [๔] (กาลกิณีจร) |
3:มิถุน (เพชฌฆาต) |
26° 54’ |
คู่ธาตุ(ล1)
นวางค์ [๔]
|
8 ราหู |
ลาภะ (มนตรี) |
ตนุ [๓] (อายุจร) |
1:เมษ (ทลิทโท) |
4° 3’ |
เทวีโชค
นวางค์ [๖] นิจ
|
9 เกตุ |
|
พันธุ [๒]
|
4:กรกฏ (สมโณ) |
22° 9’ |
นวางค์ [๗]
|
0 มฤตยู |
|
ลาภะ [๘]
|
11:กุมภ์ (เทวี) |
10° 31’ |
นวางค์ [๗]
|
น. เนปจูน |
|
กัมมะ [๗]
|
10:มังกร (ภูมิปาโล) |
19° 43’ |
นวางค์ [๔]
|
พ. พลูโต |
|
มรณะ [๓]
|
8:พิจิก (สมโณ) |
28° 34’ |
นวางค์ นว.ขาด [๕]
|
* เจ้าเรือน (ทักษากำเนิด) | * สถิตเรือน [เจ้าเรือน] (ทักษาจร) | * มาตรฐาน นวางค์ [เจ้าเรือนนวางค์]
คำทำนาย
(สำหรับวันจร วันที่ 26 ธันวาคม 2547)
เกณฑ์ที่ 1
เข้าสู่
ปีที่ 3 ในช่วงเวลาประมาณ 7 ปี เริ่มมาตั้งแต่ประมาณ
26 กุมภาพันธ์ 2545 ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับลาภผล, อาชีพที่สอง เงินได้ หรือรายได้พิเศษ รวมทั้งความสำเร็จโดยรวมของชีวิต บางคนมีการเปลี่ยนแปลงมิตรสหาย, วงสังคม, ย้ายบ้านใหม่, ย้ายงาน หรือลาออกจากงานมาทำกิจการของตัวเอง (ดาวมฤตยูเดินอยู่ในราศีกุมภ์ ภพลาภะ)
วิธีการรับมือกับเกณฑ์นี้ก็คือ ให้หาอะไรทำเพิ่มจากอาชีพหลัก หรือไม่ก็ต่อยอดจากงานเก่า หรือของเก่า เช่น ขยายอาชีพเสริมเก่าที่ทำอยู่แล้ว ขายที่ดิน เอาที่มรดกมาให้เช่า หรือขยายสาขาของกิจการเดิม เปลี่ยนแปลงวิธีทำธุรกิจ เช่นจากผลิตสินค้าเองก็พลิกเป็นคนกลางกินเปอร์เซ็นต์ ขายแฟรนไชส์ เป็นต้น
คาดหมายผลจากเกณฑ์นี้ คือ ประมาณ
2 มีนาคม 2552 ท่านจะพบว่าท่านมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องลาภผล ความสำเร็จโดยรวมของชีวิต หรือมีการเปลี่ยนแปลงในวงสังคมอย่างชัดเจน
(เกณฑ์ 1 เข้าสู่วันที่ 1,035 วัน จาก 2,561 วัน)
เกณฑ์ที่ 2
ตั้งแต่
23 สิงหาคม 2547 ดาวพฤหัสหัวหน้าดาวดีและตัวแทนเรื่องความก้าวหน้าและความเสียหายของท่าน เดินเข้าไปอยู่ในภพแห่งปัญหา อุปสรรค การเจ็บป่วย จึงเป็นช่วงที่มักมีเรื่องปัญหาต่างๆเข้ามา เช่น ปัญหาในเรื่องงาน การเรียน ความก้าวหน้าต่างๆ กิจการ คู่แข่ง ศัตรู ปัญหาเรื่องสุขภาพกาย ปัญหาเรื่องสุขภาพใจ ปัญหาทางการเงิน ปัญหาเรื่องญาติพี่น้อง ครอบครัว ตัวเองหรือคนใกล้ชิดเจ็บไข้ได้ป่วยหรือมีปัญหาสุขภาพ และระวังถูกศัตรูชาย-หญิงที่มีมารยาใส่ร้าย หรือสร้างปัญหาในเรื่องต่างๆที่กล่าวมา (ตามโศลก หญิงมารยา ใส่โทษาให้วุ่นวาย) โดยเกณฑ์นี้จะอยู่ไปจนถึง
23 กันยายน 2548 (เกณฑ์ 2 เข้าสู่วันที่ 126 วัน จาก 396 วัน)
เกณฑ์ที่ 3
เริ่มตั้งแต่
23 พฤษภาคม 2546 ดาวเสาร์ดาวแห่งความทุกข์ๆยากๆตัวแทนเรื่องการงานของท่าน สถิตในภพเพื่อนฝูง พี่น้อง คาดว่าเป็นระยะที่พวกท่านจะมีทุกข์เรื่องการงานหรือแบกภาระเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเพื่อนฝูง พี่น้อง แต่การงานหรือสิ่งที่ทำไว้จะเริ่มได้ผลดี เริ่มประสบผลสำเร็จ (ตามโศลก ท่านทายหมาย ได้เพริศพรายยศเงินทอง) โดยเกณฑ์นี้จะค่อยๆแสดงผลอย่างช้าๆ ตามคุณลักษณะของดาวเสาร์ โดยอาจจะเกิดทีละเรื่อง หรือเกิดพร้อมๆกัน แต่อาจไม่ได้เกิดตลอดเวลา และเกณฑ์นี้จะอยู่ไปจนถึงประมาณ
29 มิถุนายน 2548 (เกณฑ์ 3 เข้าสู่วันที่ 584 วัน จาก 768 วัน)
[ในช่วงนี้ดาวเสาร์ ถอยหลัง(พักร์) ในภพสหัชชะ ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2547 - 14 มีนาคม 2548 (125 วัน) จะส่งผลให้เรื่องราวดังกล่าวด้านบน จะดำเนินการไปในลักษณะที่เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสถานะการณ์]
เกณฑ์ที่ 4
ตั้งแต่ประมาณ
24 สิงหาคม 2546 -
12 มีนาคม 2548 พระราหูจรทับลัคนา โบราณว่ามักต้องเสียตำแหน่ง หรือเลื่อน หรือเปลี่ยนตำแหน่งงานจากที่เดิม หรืองานเดิม หรือออกจากงานเดิม ซึ่งมักจะก่อให้เกิดความทุกข์ใจตามมา (ตามโศลก แม้สูงศักดิ์สุราลัย จะจากยศไกล ลำบากใจไฟเผาผลาญ) ระวังการถูกหลอกใช้ ถูกโกง มีปัญหาในการค้ำประกันให้คนอื่น หรือมีภาระหนักถมใส่ตัว หรือมีคนมาอยู่ด้วยแล้วสร้างปัญหา
(เกณฑ์ 4 เข้าสู่วันที่ 491 วัน จาก 566 วัน)
ทำนายมุมดาวจากตำรา
โศลกโหร(กลอนโหราศาสตร์)ที่กล่าวถึงคำทำนายของมุมดาวปัจจุบันจากตำราจักทีปนีจรและอื่นๆ (สำหรับวันจร วันที่ 26 ธันวาคม 2547)
ดาวพฤหัสจร(5)(ภพอริ) เล็งกับดาวพุธเดิม(๔)(ภพวินาศ) ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2547 - 22 กันยายน 2548
(125/395 วัน)"พฤหัสบดีปะทะพุธ วรวุฒิศุภผล
ธิบดินทร์จะถกล ศิริศักดิผลา
มิตรภาพสนิทใน ฐิติไกลจ็จรมา
ปิยวัตถุจะถา- วรลาภอิสตรี"
ความหมาย จะนำมาซึ่งปัญญา ความสำเร็จ และเกียรติยศ ได้รับการสนับสนุนจากผู้มีอำนาจ มิตรภาพมั่นคง และอาจมีโชคดีเรื่องคู่
ดาวพฤหัสจร(5)(ภพอริ) เล็งกับดาวศุกร์เดิม(๖)(ภพวินาศ) ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2547 - 22 กันยายน 2548
(125/395 วัน)"พฤหัสบดิ์ธผยอง ศุกรต้องกะนิทาน
สุรท้าวมัฆวาฬ จรปลอมอสุรา
ธ ก็โอบอรอง- คอนงค์พนิดา
จากไวปจิตรา จรสู่ทิพยะวิมาน"
ความหมาย เป็นช่วงเวลาที่ความรู้ ความคิด ปัญญา หรือบุคคลที่มีอำนาจ มีบทบาทสำคัญในชีวิต มีการตัดสินใจบางอย่างที่ต้องใช้ความคิดตึกตรองให้ดี โดยเฉพาะในเรื่องงาน สังคม ความรัก หรือความสุขในชีวิต อาจหมายถึงการหนีพ้นจากปัญหา การได้โอกาสใหม่ หรือมีคนช่วยนำพาไปสู่ความสุขหรือความสำเร็จ
ดาวพฤหัสจร(5)(ภพอริ) เล็งกับดาวราหูเดิม(๘)(ภพวินาศ) ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2547 - 22 กันยายน 2548
(125/395 วัน)"พฤหัสบดินทร์ อสุรินทร์สุรัมภ์
นฤครูครุกรรม บมิญาติประยูร
นฤเคหและอัน- ตรธารธนสูญ
และจะกลับบริบูรณ์ ศุภโชคสตรี"
ความหมาย จะมีโชคร้ายก่อน ระวังเรื่องบ้านหรือของหาย แล้วจะดีขึ้นในภายหลัง
ดาวพฤหัสจร(5)(ภพอริ) ทำมุมฤทธิโยคกับดาวอังคารเดิม(๓)(ภพกดุมภะ) ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2547 - 22 กันยายน 2548
(125/395 วัน)"พฤหัสบดี ปะทะภุมอภิปราย
ทุรโทษชนหลาย จะประจักษะกะตน"
ความหมาย อาจเกิดปัญหาหรือความขัดแย้ง ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์หรือพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง จะมีคนไม่ดีเผยตัวออกมาให้เห็นชัดเจน
ดาวเสาร์จร(7)(พ)(ภพสหัชชะ) ทำมุมฤทธิโยคกับดาวพุธเดิม(๔)(ภพวินาศ) ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2546 - 28 มิถุนายน 2548
(583/767 วัน)"เสาร์ทับพระเคราะห์พุธ ดุจนั้นโฉลกเห็น
โชคลาภจะพูนเพ็ญ และศัตรูจะอัปรา"
ความหมาย มีโชคลาภเพิ่มพูนขึ้น ขณะเดียวกัน ศัตรูจะอ่อนแอลง และพ่ายแพ้ไปในที่สุด
ดาวเสาร์จร(7)(พ)(ภพสหัชชะ) เล็งกับดาวพฤหัสเดิม(๕)(ภพศุภะ) ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2546 - 28 มิถุนายน 2548
(583/767 วัน)"เสาร์ทับพฤหัสบ ศิริสวัสดิลาภา
ทรัพย์สินและเงินตรา จะลุโดยสะดวกดาย
ศัตรูจะอัปรา แลวัตถาระส่ำระสาย
สินทรัพย์ที่สูญหาย ก็จะคืนจะคงเรือน"
ความหมาย จะมีโชคลาภและความเป็นสิริมงคล ศัตรูจะอ่อนแอและพ่ายแพ้ ความวุ่นวายจะคลี่คลายลง ทรัพย์สินที่เคยสูญหาย หรือสิ่งที่เสียไปก็จะได้คืน
ดาวเสาร์จร(7)(พ)(ภพสหัชชะ) ทำมุมฤทธิโยคกับดาวศุกร์เดิม(๖)(ภพวินาศ) ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2546 - 28 มิถุนายน 2548
(583/767 วัน)"เสาร์ถูกพระเคราะห์ศุกร์ ปะทะทุกข์พยาธิ์เยือน
โรคร้างและหลายเดือน ก็จะกลับจะกลายเป็น
โจรร้ายเขม้นมอง อริปองจะทำเข็ญ
อายุมิยืนเย็น มฤตภัยระเร่งเกรง"
ความหมาย เกิดความทุกข์และโรคภัย โรคหรือปัญหาจะเรื้อรังอยู่นาน โรคเก่าจะกำเริบ ศัตรูหรือผู้ไม่หวังดีจะปองร้าย ระวังปัญหาที่เกิดขึ้นจะร้ายแรง
ดาวเสาร์จร(7)(พ)(ภพสหัชชะ) เล็งกับดาวเสาร์เดิม(๗)(ภพศุภะ) ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2546 - 28 มิถุนายน 2548
(583/767 วัน)"เสาร์จรสถิตเสาร์ ปะทะทันและกันเอง
โทษทุกข์แต่ปางเพรง ก็จะก่อจะเกิดมี
สิ่งสินระส่ายทรัพย์ ภยทับระทมทวี
เกรงอายุขนม์ชี- วพินาศประไลยตู"
ความหมาย เคราะห์กรรมเก่าจะหวนกลับมาอีกครั้ง จะเกิดความทุกข์และปัญหาหนัก สูญเสียทรัพย์สิน มีอันตราย จะนำมาซึ่งความโศกเศร้า และต้องระวังเรื่องสุขภาพ
ดาวเสาร์จร(7)(พ)(ภพสหัชชะ) ทำมุมฤทธิโยคกับดาวราหูเดิม(๘)(ภพวินาศ) ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2546 - 28 มิถุนายน 2548
(583/767 วัน)"เสาร์จร ณ ราศี อสุรินทรราหู
จักชำนะศัตรู ประสิทธิโชคชัยยา
ตำนานอนึ่งหญิง จรสุ่มประสงค์ปลา
พบแท่งธนสาร์ ตรุรัตนขุมทอง"
ความหมาย จะสามารถเอาชนะศัตรูได้ และนำมาซึ่งโชคลาภและชัยชนะ หรือมีโชคลาภแบบที่ได้มาโดยไม่คาดคิด
ดาวราหูจร(8)(ภพตนุ) กุมกับดาวอาทิตย์เดิม(๑)(ภพตนุ) ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2546 - 11 มีนาคม 2548
(490/565 วัน)"อสุรินทราหู จรจักรากร
กุมเล็งระวิวร จะประทุษฐลาภา
ศัตรูจะเมียงมาตร จะวิวาทวิวาทา
จากบุตรภริยา จะตะโกรงทะโทงกาย"
ความหมาย โชคลาภถูกขัดขวาง อาจมีเคราะห์หรือปัญหาทางการเงิน เกิดการทะเลาะวิวาทหรือไม่ลงรอยกับผู้อื่น หรืออาจต้องพลัดพรากจากครอบครัว บุตรหรือคนรัก ทำให้เกิดความทุกข์กายและใจ
ดาวอังคารจร(3)(ส)(ภพมรณะ) เล็งกับดาวอังคารเดิม(๓)(ภพกดุมภะ) ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2547 - 28 มกราคม 2548
(10/43 วัน)"ภุมโมภุมมะ
ทับกันนั้นจะ เกิดการกลีกลำภัย
อันตรายราวี ห่อนมีสุขใส
เรือนโรงพลับพลาไล และไฟจะฟอนอาตมา"
ความหมาย จะเกิดโรคภัยต่างๆ ทำให้ไม่มีความสุข ระวังเรื่องไฟหรือเรื่องร้อนใจ
ดาวอาทิตย์จร(1)(ภพศุภะ) กุมกับดาวพฤหัสเดิม(๕)(ภพศุภะ) ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2547 - 13 มกราคม 2548
(10/28 วัน)"อาทิตย์สถิตย์ ณ ราศีใด ต้องชีววิสัย
วิสุทธิลาภอาจารย์
ภายหลังเกรงทิศอิสาน มีหมู่ทมิฬมาร
จะพาลจะผิดแผกใจ
ได้เมื่อวิฑูรท้าวไท ตรัสธรรมอำไพ
บูรณลาภปรีด์เปรม
โภคาสรรพโภชน์โอชเอม สรรพศฤงคารเกษม
สุขสรรพซึ่งทรัพย์เนืองนอง"
ความหมาย จะได้รับโชคลาภจากผู้ใหญ่หรือครูอาจารย์หรือบริษัท องค์กร แต่ควรระวัง เพราะอาจมีศัตรู หากมีสติและคุณธรรม จะได้รับทรัพย์สินและความสุขอย่างต่อเนื่อง
ดาวอาทิตย์จร(1)(ภพศุภะ) กุมกับดาวเสาร์เดิม(๗)(ภพศุภะ) ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2547 - 13 มกราคม 2548
(10/28 วัน)"รวิจรจรัลผันผาย สู่เสารีทาย
โทษเสียจักขุโรคา
วิวาทด้วยวัตถุนานา ได้แก่ภรรยา
แลบุตรวิบัติเภทภัย
ผู้เข้าสู่เราแหนงใจ คือหนามเหน็บใน
ประทุษฐ์ถ้อยบ่มิสัตย์
ดำแดงเติบโตเห็นถนัด จงเร่งระมัด
จะผิดแก่เจ้าชาตา
คนดำและเล็มเข้ามา คบเข้าเคหา
จะล่อจะลวงความตน
ตรึกตรองตรวจตราหาผล ให้กริ่งเกรงคน
ในเรือนจะเป็นราคี
เร่งบูชาองค์พระเสารี เจริญคุณพระศรี
รัตนไตรยรอนศัตรู"
ความหมาย อาจเกิดโรคเกี่ยวกับตา ความขัดแย้งในครอบครัว เกิดเรื่องร้าย ให้ระวังคนใกล้ชิดที่ไม่ซื่อสัตย์จะสร้างปัญหา ทำให้เกิดความผิดหรือความมัวหมองมาถึงตัว
ดาวจรในเรือนต่างๆ
(สำหรับวันจร วันที่ 26 ธันวาคม 2547)
**ดาวพฤหัส(๕) เจ้าเรือนศุภะ,วินาศ สถิตเรือนอริ มาตรฐาน ประ
ดาวตัวแทนเรื่องความก้าวหน้า ความสงบ ความหวัง ความเสียหาย สิ่งที่ซ่อนเร้น อยู่ในภพที่เสีย ทำให้เรื่องที่สัมพันธ์กับความสงบ ความหวัง ความเสียหาย สิ่งที่ซ่อนเร้น มีปัญหา หรือยังไม่เป็นดังหวัง
**ดาวเสาร์(๗) เจ้าเรือนกัมมะ สถิตเรือนสหัชชะ มาตรฐาน คู่ธาตุ(ล1)
ดาวตัวแทนเรื่องหน้าที่การงาน มีความเกี่ยวของสัมพันธ์กับพี่น้อง เพื่อนฝูง
**ดาวราหู(๘) เจ้าเรือนลาภะ สถิตเรือนตนุ มาตรฐาน เทวีโชค
ดาวตัวแทนเรื่องลาภผล เงินทอง มีความเกี่ยวของสัมพันธ์กับตัวตน ตัวเอง
ดาวศุกร์(๖) เจ้าเรือนกดุมภะ,ปัตนิ สถิตเรือนมรณะ มาตรฐาน ประ คู่มิตร(ล๓) คู่มิตร(3) คู่ธาตุ(4)
ดาวตัวแทนเรื่องการเงิน รายได้ คู่ครอง หุ้นส่วน อยู่ในภพที่เสีย ทำให้เรื่องที่สัมพันธ์กับการเงิน การหารายได้ คู่ครอง หุ้นส่วน ยังมีปัญหา มีความเหนื่อยยาก อาจเจ็บป่วย ไม่สมหวัง
ดาวอังคาร(๓) เจ้าเรือนตนุ,มรณะ สถิตเรือนมรณะ มาตรฐาน เกษตร เทวีโชค คู่มิตร(6)
ดาวตัวแทนเรื่องตัวตน ความเหนื่อยยาก มรดก ทางไกล อยู่ในภพที่เสีย ทำให้เรื่องที่สัมพันธ์กับตัวตน สุขภาพ ความเหนื่อยยาก มรดก การเดินทางไกล การทำงานต่างถิ่น ยังมีปัญหา มีความเหนื่อยยาก อาจเจ็บป่วย ไม่สมหวัง
ดาวพุธ(๔) เจ้าเรือนสหัชชะ,อริ สถิตเรือนมรณะ มาตรฐาน คู่ธาตุ(6)
ดาวตัวแทนเรื่องพี่น้อง เพื่อนฝูง ปัญหาอุปสรรค อยู่ในภพที่เสีย ทำให้เรื่องที่สัมพันธ์กับพี่น้อง เพื่อนฝูง ปัญหาอุปสรรค ยังมีปัญหา มีความเหนื่อยยาก อาจเจ็บป่วย ไม่สมหวัง
ดาวอาทิตย์(๑) เจ้าเรือนปุตตะ สถิตเรือนศุภะ มาตรฐาน เทวีโชค คู่มิตร(๕) คู่ธาตุ(๗) คู่ธาตุ(ล7)
ดาวตัวแทนเรื่องบุตร บริวาร มีความเกี่ยวของสัมพันธ์กับความสุข สงบ เจริญก้าวหน้า
** ดาวใหญ่ มักส่งผลมาก
ปัญหาที่ต้องระวังช่วงอายุ 222 ปี ระวังงานหรือธุรกิจเดิมจะไม่ได้ผลดี หรือมีเรื่องหรือความจำเป็นต้องขายของเก่า เช่น บ้าน รถ ที่ดิน แล้วมีปัญหาหรือไม่ได้ราคาที่ดี หรือมีการย้ายบ้าน ย้ายงาน (ทายจากมูละเดิมเป็นกาลกิณีจร)
ตารางดาวจร
(สำหรับวันจร วันที่ 26 ธันวาคม 2547)
ดาว |
เจ้าเรือน |
สถิตเรือน |
สถิตราศี |
องศา |
มาตรฐาน |
๑. อาทิตย์ |
ปุตตะ (บริวาร) |
ศุภะ [๕] ( ศรีจร) |
9:ธนู (ทลิทโท) |
10° 15’ |
เทวีโชค คู่คู่มิตร(๕) คู่คู่ธาตุ(๗) คู่คู่ธาตุ(ล7)
นวางค์ [๒] มหาจักร
|
๒. จันทร์ |
พันธุ (อายุ) |
สหัชชะ [๔] ( มูละจร) |
3:มิถุน (เทศาตรี) |
5° 32’ |
อ.ภิมุข คู่คู่ศัตรู(ล๕) คู่คู่ธาตุ(ล๕)
นวางค์ [๓] นิจ
|
๓. อังคาร |
ตนุ มรณะ (เดช) |
มรณะ [๓] (อุตสาหะจร) |
8:พิจิก (ราชา) |
6° 45’ (ส) |
เกษตร เทวีโชค คู่คู่มิตร(6)
นวางค์ [๔] มหาจักร
|
๔. พุธ |
สหัชชะ อริ (ศรี) |
มรณะ [๓] ( มนตรีจร) |
8:พิจิก (สมโณ) |
17° 2’ |
คู่คู่ธาตุ(6)
นวางค์ [๕] ประ
|
๕. พฤหัส |
ศุภะ วินาศ (อุตสาหะ) |
อริ [๔] (บริวารจร) |
6:กันย์ (เทศาตรี) |
24° 40’ |
ประ
นวางค์ [๑] อ.ภิมุข
|
๖. ศุกร์ |
กดุมภะ ปัตนิ (กาลกิณี) |
มรณะ [๓] ( เดชจร) |
8:พิจิก (ราชา) |
15° 15’ |
ประ คู่คู่มิตร(ล๓) คู่คู่มิตร(3) คู่คู่ธาตุ(4)
นวางค์ [๓] ประ
|
๗. เสาร์ |
กัมมะ (มูละ) |
สหัชชะ [๔] (กาลกิณีจร) |
3:มิถุน (เพชฌฆาต) |
26° 54’ (พ) |
คู่คู่ธาตุ(ล1)
นวางค์ [๔]
|
๘. ราหู |
ลาภะ (มนตรี) |
ตนุ [๓] ( อายุจร) |
1:เมษ (ทลิทโท) |
4° 3’ |
เทวีโชค
นวางค์ [๖] นิจ
|
๙. เกตุ |
|
พันธุ [๒]
|
4:กรกฏ (สมโณ) |
22° 9’ |
นวางค์ [๗]
|
๐. มฤตยู |
|
ลาภะ [๘]
|
11:กุมภ์ (เทวี) |
10° 31’ |
นวางค์ [๗]
|
น. เนปจูน |
|
กัมมะ [๗]
|
10:มังกร (ภูมิปาโล) |
19° 43’ |
นวางค์ [๔]
|
พ. พลูโต |
|
กดุมภะ [๖]
|
2:พฤษภ (สมโณ) |
28° 34’ |
นวางค์ นว.ขาด [๕]
|
* เจ้าเรือน (ทักษากำเนิด) | * สถิตเรือน [เจ้าเรือน] (ทักษาจร) | ** มาตรฐาน นวางค์ [เจ้าเรือนนวางค์]
ทำนายมุมดาวจากตำรา
โศลกโหร(กลอนโหราศาสตร์)ที่กล่าวถึงคำทำนายของมุมดาวจากตำราจักทีปนีจร (สำหรับวันจร วันที่ 26 ธันวาคม 2547)
ดาวพฤหัสจร(5)(ภพอริ) เล็งกับดาวพุธเดิม(๔)(ภพวินาศ) ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2547 - 22 กันยายน 2548
(125/395 วัน)"พฤหัสบดีปะทะพุธ วรวุฒิศุภผล
ธิบดินทร์จะถกล ศิริศักดิผลา
มิตรภาพสนิทใน ฐิติไกลจ็จรมา
ปิยวัตถุจะถา- วรลาภอิสตรี"
ความหมาย จะนำมาซึ่งปัญญา ความสำเร็จ และเกียรติยศ ได้รับการสนับสนุนจากผู้มีอำนาจ มิตรภาพมั่นคง และอาจมีโชคดีเรื่องคู่
ดาวพฤหัสจร(5)(ภพอริ) เล็งกับดาวศุกร์เดิม(๖)(ภพวินาศ) ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2547 - 22 กันยายน 2548
(125/395 วัน)"พฤหัสบดิ์ธผยอง ศุกรต้องกะนิทาน
สุรท้าวมัฆวาฬ จรปลอมอสุรา
ธ ก็โอบอรอง- คอนงค์พนิดา
จากไวปจิตรา จรสู่ทิพยะวิมาน"
ความหมาย เป็นช่วงเวลาที่ความรู้ ความคิด ปัญญา หรือบุคคลที่มีอำนาจ มีบทบาทสำคัญในชีวิต มีการตัดสินใจบางอย่างที่ต้องใช้ความคิดตึกตรองให้ดี โดยเฉพาะในเรื่องงาน สังคม ความรัก หรือความสุขในชีวิต อาจหมายถึงการหนีพ้นจากปัญหา การได้โอกาสใหม่ หรือมีคนช่วยนำพาไปสู่ความสุขหรือความสำเร็จ
ดาวพฤหัสจร(5)(ภพอริ) เล็งกับดาวราหูเดิม(๘)(ภพวินาศ) ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2547 - 22 กันยายน 2548
(125/395 วัน)"พฤหัสบดินทร์ อสุรินทร์สุรัมภ์
นฤครูครุกรรม บมิญาติประยูร
นฤเคหและอัน- ตรธารธนสูญ
และจะกลับบริบูรณ์ ศุภโชคสตรี"
ความหมาย จะมีโชคร้ายก่อน ระวังเรื่องบ้านหรือของหาย แล้วจะดีขึ้นในภายหลัง
ดาวพฤหัสจร(5)(ภพอริ) ทำมุมฤทธิโยคกับดาวอังคารเดิม(๓)(ภพกดุมภะ) ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2547 - 22 กันยายน 2548
(125/395 วัน)"พฤหัสบดี ปะทะภุมอภิปราย
ทุรโทษชนหลาย จะประจักษะกะตน"
ความหมาย อาจเกิดปัญหาหรือความขัดแย้ง ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์หรือพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง จะมีคนไม่ดีเผยตัวออกมาให้เห็นชัดเจน
ดาวเสาร์จร(7)(พ)(ภพสหัชชะ) ทำมุมฤทธิโยคกับดาวพุธเดิม(๔)(ภพวินาศ) ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2546 - 28 มิถุนายน 2548
(583/767 วัน)"เสาร์ทับพระเคราะห์พุธ ดุจนั้นโฉลกเห็น
โชคลาภจะพูนเพ็ญ และศัตรูจะอัปรา"
ความหมาย มีโชคลาภเพิ่มพูนขึ้น ขณะเดียวกัน ศัตรูจะอ่อนแอลง และพ่ายแพ้ไปในที่สุด
ดาวเสาร์จร(7)(พ)(ภพสหัชชะ) เล็งกับดาวพฤหัสเดิม(๕)(ภพศุภะ) ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2546 - 28 มิถุนายน 2548
(583/767 วัน)"เสาร์ทับพฤหัสบ ศิริสวัสดิลาภา
ทรัพย์สินและเงินตรา จะลุโดยสะดวกดาย
ศัตรูจะอัปรา แลวัตถาระส่ำระสาย
สินทรัพย์ที่สูญหาย ก็จะคืนจะคงเรือน"
ความหมาย จะมีโชคลาภและความเป็นสิริมงคล ศัตรูจะอ่อนแอและพ่ายแพ้ ความวุ่นวายจะคลี่คลายลง ทรัพย์สินที่เคยสูญหาย หรือสิ่งที่เสียไปก็จะได้คืน
ดาวเสาร์จร(7)(พ)(ภพสหัชชะ) ทำมุมฤทธิโยคกับดาวศุกร์เดิม(๖)(ภพวินาศ) ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2546 - 28 มิถุนายน 2548
(583/767 วัน)"เสาร์ถูกพระเคราะห์ศุกร์ ปะทะทุกข์พยาธิ์เยือน
โรคร้างและหลายเดือน ก็จะกลับจะกลายเป็น
โจรร้ายเขม้นมอง อริปองจะทำเข็ญ
อายุมิยืนเย็น มฤตภัยระเร่งเกรง"
ความหมาย เกิดความทุกข์และโรคภัย โรคหรือปัญหาจะเรื้อรังอยู่นาน โรคเก่าจะกำเริบ ศัตรูหรือผู้ไม่หวังดีจะปองร้าย ระวังปัญหาที่เกิดขึ้นจะร้ายแรง
ดาวเสาร์จร(7)(พ)(ภพสหัชชะ) เล็งกับดาวเสาร์เดิม(๗)(ภพศุภะ) ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2546 - 28 มิถุนายน 2548
(583/767 วัน)"เสาร์จรสถิตเสาร์ ปะทะทันและกันเอง
โทษทุกข์แต่ปางเพรง ก็จะก่อจะเกิดมี
สิ่งสินระส่ายทรัพย์ ภยทับระทมทวี
เกรงอายุขนม์ชี- วพินาศประไลยตู"
ความหมาย เคราะห์กรรมเก่าจะหวนกลับมาอีกครั้ง จะเกิดความทุกข์และปัญหาหนัก สูญเสียทรัพย์สิน มีอันตราย จะนำมาซึ่งความโศกเศร้า และต้องระวังเรื่องสุขภาพ
ดาวเสาร์จร(7)(พ)(ภพสหัชชะ) ทำมุมฤทธิโยคกับดาวราหูเดิม(๘)(ภพวินาศ) ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2546 - 28 มิถุนายน 2548
(583/767 วัน)"เสาร์จร ณ ราศี อสุรินทรราหู
จักชำนะศัตรู ประสิทธิโชคชัยยา
ตำนานอนึ่งหญิง จรสุ่มประสงค์ปลา
พบแท่งธนสาร์ ตรุรัตนขุมทอง"
ความหมาย จะสามารถเอาชนะศัตรูได้ และนำมาซึ่งโชคลาภและชัยชนะ หรือมีโชคลาภแบบที่ได้มาโดยไม่คาดคิด
ดาวราหูจร(8)(ภพตนุ) กุมกับดาวอาทิตย์เดิม(๑)(ภพตนุ) ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2546 - 11 มีนาคม 2548
(490/565 วัน)"อสุรินทราหู จรจักรากร
กุมเล็งระวิวร จะประทุษฐลาภา
ศัตรูจะเมียงมาตร จะวิวาทวิวาทา
จากบุตรภริยา จะตะโกรงทะโทงกาย"
ความหมาย โชคลาภถูกขัดขวาง อาจมีเคราะห์หรือปัญหาทางการเงิน เกิดการทะเลาะวิวาทหรือไม่ลงรอยกับผู้อื่น หรืออาจต้องพลัดพรากจากครอบครัว บุตรหรือคนรัก ทำให้เกิดความทุกข์กายและใจ
ดาวอังคารจร(3)(ส)(ภพมรณะ) เล็งกับดาวอังคารเดิม(๓)(ภพกดุมภะ) ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2547 - 28 มกราคม 2548
(10/43 วัน)"ภุมโมภุมมะ
ทับกันนั้นจะ เกิดการกลีกลำภัย
อันตรายราวี ห่อนมีสุขใส
เรือนโรงพลับพลาไล และไฟจะฟอนอาตมา"
ความหมาย จะเกิดโรคภัยต่างๆ ทำให้ไม่มีความสุข ระวังเรื่องไฟหรือเรื่องร้อนใจ
ดาวอาทิตย์จร(1)(ภพศุภะ) กุมกับดาวพฤหัสเดิม(๕)(ภพศุภะ) ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2547 - 13 มกราคม 2548
(10/28 วัน)"อาทิตย์สถิตย์ ณ ราศีใด ต้องชีววิสัย
วิสุทธิลาภอาจารย์
ภายหลังเกรงทิศอิสาน มีหมู่ทมิฬมาร
จะพาลจะผิดแผกใจ
ได้เมื่อวิฑูรท้าวไท ตรัสธรรมอำไพ
บูรณลาภปรีด์เปรม
โภคาสรรพโภชน์โอชเอม สรรพศฤงคารเกษม
สุขสรรพซึ่งทรัพย์เนืองนอง"
ความหมาย จะได้รับโชคลาภจากผู้ใหญ่หรือครูอาจารย์หรือบริษัท องค์กร แต่ควรระวัง เพราะอาจมีศัตรู หากมีสติและคุณธรรม จะได้รับทรัพย์สินและความสุขอย่างต่อเนื่อง
ดาวอาทิตย์จร(1)(ภพศุภะ) กุมกับดาวเสาร์เดิม(๗)(ภพศุภะ) ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2547 - 13 มกราคม 2548
(10/28 วัน)"รวิจรจรัลผันผาย สู่เสารีทาย
โทษเสียจักขุโรคา
วิวาทด้วยวัตถุนานา ได้แก่ภรรยา
แลบุตรวิบัติเภทภัย
ผู้เข้าสู่เราแหนงใจ คือหนามเหน็บใน
ประทุษฐ์ถ้อยบ่มิสัตย์
ดำแดงเติบโตเห็นถนัด จงเร่งระมัด
จะผิดแก่เจ้าชาตา
คนดำและเล็มเข้ามา คบเข้าเคหา
จะล่อจะลวงความตน
ตรึกตรองตรวจตราหาผล ให้กริ่งเกรงคน
ในเรือนจะเป็นราคี
เร่งบูชาองค์พระเสารี เจริญคุณพระศรี
รัตนไตรยรอนศัตรู"
ความหมาย อาจเกิดโรคเกี่ยวกับตา ความขัดแย้งในครอบครัว เกิดเรื่องร้าย ให้ระวังคนใกล้ชิดที่ไม่ซื่อสัตย์จะสร้างปัญหา ทำให้เกิดความผิดหรือความมัวหมองมาถึงตัว
สรุปเหตุการณ์
สึนามิถล่มประเทศไทย ปี 2547 ปูมโหร
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 เวลา 07:58 น. ตามเวลาประเทศไทย ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 9.1-9.3 ริกเตอร์ ที่จุดศูนย์กลางใต้ทะเลบริเวณร่องลึกซุนดา นอกชายฝั่งเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย การสั่นสะเทือนรุนแรงนี้ส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิที่แพร่กระจายออกไปในมหาสมุทรอินเดีย และพัดถล่มชายฝั่งของหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย
ผลกระทบต่อประเทศไทย
คลื่นสึนามิได้พัดเข้าสู่ชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทยในช่วงเวลา 09:30-10:00 น. พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดอยู่ใน 6 จังหวัดริมชายฝั่ง ได้แก่
1. จังหวัดภูเก็ต: หาดป่าตอง หาดกมลา และหาดสุรินทร์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โรงแรม ร้านค้า และบ้านเรือนถูกคลื่นทำลายจนพังราบ
2. จังหวัดพังงา: เขาหลักเป็นพื้นที่ที่เสียหายรุนแรงที่สุด มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่เต็มไปด้วยรีสอร์ตและโรงแรมริมชายหาด
3. จังหวัดกระบี่: เกาะพีพีและหาดอ่าวนางได้รับผลกระทบหนัก คลื่นพัดพาบ้านเรือนและเรือนักท่องเที่ยวจมลงในทะเล
4. จังหวัดระนอง: พื้นที่ริมชายฝั่งหลายแห่งได้รับความเสียหาย แต่ผลกระทบไม่รุนแรงเท่าจังหวัดอื่น
5. จังหวัดตรัง: คลื่นสร้างความเสียหายในระดับปานกลางในพื้นที่ริมชายฝั่ง
6. จังหวัดสตูล: เกาะหลีเป๊ะและพื้นที่ใกล้เคียงได้รับผลกระทบเล็กน้อยเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น
ความสูญเสีย
จำนวนผู้เสียชีวิตในประเทศไทยมีมากกว่า 5,400 ราย โดยในจำนวนนี้รวมถึงชาวต่างชาติกว่า 2,000 คน นอกจากนี้ ยังมีผู้สูญหายประมาณ 3,100 คน และบาดเจ็บมากกว่า 8,000 คน เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก คลื่นที่มีความสูงกว่า 10 เมตร พัดทำลายบ้านเรือน โรงแรม และเรือประมง รวมถึงสิ่งปลูกสร้างริมชายฝั่งจนเกือบสิ้นซาก
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม
เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของภูมิภาคทะเลอันดามัน นอกจากนี้ ชุมชนประมงพื้นบ้านต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่จากการสูญเสียเรือประมงและเครื่องมือทำมาหากิน ผู้รอดชีวิตและผู้ประสบภัยต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจากสูญเสียสมาชิกในครอบครัวและทรัพย์สิน
บทเรียนและการพัฒนา
เหตุการณ์นี้ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบเตือนภัยสึนามิในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการติดตั้งทุ่นตรวจวัดคลื่นในทะเล ระบบเตือนภัยทางอากาศ และการฝึกอบรมให้ประชาชนมีความรู้ในการรับมือภัยพิบัติ เหตุการณ์สึนามิปี 2547 ไม่เพียงแต่สร้างความสูญเสียมหาศาล แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยและภูมิภาคมีการเตรียมความพร้อมที่ดียิ่งขึ้นสำหรับอนาคต